กลุ่มอสังหาฯความเสี่ยงเพิ่มเล็กน้อย

ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ประเมินกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector) ความเสี่ยงเพิ่มเล็กน้อยแต่คงน้ำหนัก เท่ากับตลาด

ประเด็นการลงทุน : เราคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มที่อยู่อาศัย เท่ากับตลาด หลังจากที่เราได้มีการปรับลดน้ำหนักของกลุ่มลงจาก มากกว่าตลาด ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นของกลุ่มขึ้นไปถึงจุดสูงสุดและใกล้ราคาเป้าหมายของเราในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาและเกิดแรงขายทำกำไรหลังการประกาศผลประกอบการของปี 2555 สำหรับช่วงที่เหลือของปีเราปรับลดตัวคูณของกลุ่มเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นและปรับลดประมาณการกำไรของกลุ่มในปีนี้ลงจากเดิมที่คาดจะเติบโต 21% YoY เป็น 18% YoY และมีการปรับราคาเป้าของกลุ่มลงในช่วง 0 – 27% โดยเราเลือก PS และ QH เป็น Top Pick ของกลุ่มจากระดับ Secured Revenue ของ PS ในปีนี้ที่แข็งแกร่งสะท้อนรายได้มีโอกาสพลาดเป้าต่ำ ขณะที่ QH มีศักยภาพการทำกำไรปีนี้ดีขึ้นเด่นที่สุดในกลุ่มและมีความเสี่ยงต่อแรงกดดันของอุปสงค์ในระดับต่ำ
คงน้ำหนักเท่ากับตลาดความเสี่ยงของกลุ่มคือการก่อสร้างและการขอสินเชื่อ : เราคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย “เท่ากับตลาด” ประเมินว่ายอด Presales ใหม่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัว (ดูตาราง 3) ในช่วงที่เหลือของปีและจะเริ่มเห็นการตัดสินใจซื้อที่อยุ่อาศัยชะลอตัว ทั้งในกลุ่มที่เป็น Real Demand คือโครงการประเภทแนวราบ และกลุ่มเก็งกำไรคือกลุ่มคอนโดมิเนียม โดยเป็นผลมาจากการคาดการณ์เศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและความกังวลต่อการปล่อยสินเชื่อทั้งในกลุ่มของตลาดระดับกลาง-ล่าง และกลุ่มที่ขอสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยเป็นความเสี่ยงด้านผู้บริโภค ขณะที่ด้านผู้ประกอบการเราคาดว่าการควบคุมการก่อสร้างให้ได้ตามเวลาจะเป็นปัจจัยที่กดดันประมาณการรายได้และกำไรในปีนี้ โดยเราเริ่มเห็นสัญญาณของความล่าช้าในการก่อสร้างทั้งในโครงการแนวราบและโครงการคอนโดมิเนียม
คาดกำไรของกลุ่มปี 2556 เติบโต 18% ลดลงจากเดิมที่ 21% : ในกลุ่มที่อยู่อาศัยทั้ง 9 บริษัทที่เราทำการศึกษาอยู่มี Backlog ทีรอบันทึกรายได้ใน 3 ไตรมาสที่เหลือของปี (2Q – 4Q) สูงถึง 113,000 ล้านบาท และเราคาดกำไรสุทธิของปี 2556 ที่เท่ากับ 27,156 ล้านบาท (+18% YoY) ซึ่งลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดจะเติบโต 21% YoY โดยเรามีการปรับลดประมาณการของ 3 บริษัทคือ SPALI SIRI และ RML เนื่องจากเราเพิ่มความเสี่ยงจากการก่อสร้างล่าช้าทั้งในส่วนแนวราบและคอนโดมิเนียม
คาดผลประกอบการกลุ่มฟื้นตัวใน 2Q56 : แนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มใน 2Q56 โดยรวมเราประเมินว่าจะฟื้นตัว QoQ จากแรงหนุนของการเริ่มบันทึกรายได้จาก Backlog คอนโดมิเนียม เช่น LPN SIRI MK ขณะที่บริษัทอื่น เช่น AP QH LH PS จะเริ่มมีแรงหนุนจาก Backlog คอนโดมิเนียมในช่วง 3Q56 และมี SPALI ที่ต้องรอถึง 4Q56 จึงจะมีแรงหนุนจากคอนโดมิเนียม ขณะที่ LPN และ RML รายได้เกือบทั้งหมดมาจากคอนโดมิเนียมและผลประกอบการจะโดดเด่นใน 2Q และ 3Q ขณะที่ 4Q จะอ่อนตัวลง
ลดตัวคูณสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นยังคงชอบ PS และ QH : เพื่อสะท้อนความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์การบริโภค การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง รวมทั้งการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ เราปรับตัวคูณของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่มีความเสี่ยงดังกล่าวลง โดยเราให้ราคาเป้าหมายถึง 2Q57 และคงคำแนะนำซื้อ QH (ราคาเป้าหมาย 4.10 บาท/หุ้น) PS (ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท/หุ้น) SPALI (ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท/หุ้น) และ AP (ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท/หุ้น) และคงคำแนะนำ Trading Buy LH (ราคาเป้าหมาย 12.80 บาท/หุ้น) LPN (ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท/หุ้น) SIRI (ราคาเป้าหมาย 3.60 บาท/หุ้น) RML (ราคาเป้าหมาย 1.60 บาท/หุ้น) และลดคำแนะนำจากซื้อ เป็น Trading เพียง 1 บรริษัทคือ MK (ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท/หุ้น)

 

  

Strength

Weakness

PS ประมาณการรายได้ปีนี้มี Backlog หนุนเกินเป้า ฐานลูกค้าในกลุ่มระดับกลางล่างมีโอกาสที่จะถูกปฎิเสธสินเชื่อสูง
ดังนั้นโอกาสที่รายได้จะพลาดเป้ามีน้อย และมีโอกาสที่จะถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้น โครงการประเภทคอนโดมิเนียมยังมีความเสี่ยงการก่อสร้างล่าช้า
ใช้เทคโนโลยีในการก่อสร้างโครงการแนวราบ เพื่อลดการพึ่งพิงแรงงานและระยะเวลา
AP ยอด Presales จากโครงการทาวน์เฮาส์ระดับกลาง – บนยังได้รับการตอบรับดี ยอด Presales ของปีนี้ต้องพึ่งพาการเปิดโครงการใน 2H56
Backlog จากคอนโดมิเนียมที่บันทึกรายได้ 2H56 จะทำให้รายได้มีสัดส่วน 65%
LH โครงการที่อยู่อาศัยมีความหลากหลาย มี Backlog คอนโดมิเนียมใน 2H56 แนวราบเน้น Pre-Built ซึ่งหากล่าช้าอาจส่งผลต่อยอดขาย
โอกาสการจัดตั้งกองทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์
การเติบโตของส่วนแบ่งเงินลงทุนในบริษัทลูก
ฐานลูกค้าหลากหลาย ในหลาย Segment
LPN รายได้มาจาก Backlog ที่คาดประมาณการรายได้มีความคลาดเคลื่อนต่ำ ฐานลูกค้ามีความหลากหลายน้อย
QH โครงการที่อยู่อาศัยมีความหลากหลาย มี Backlog คอนโดมิเนียมใน 2H56 การเปิดตัวโครงการใหม่และ Brand ใหม่โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม
การเติบโตของส่วนแบ่งเงินลงทุนในบริษัทลูก ทำให้เริ่มมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
Product Mix ช่วยทำให้ศักยภาพการทำกำไรขั้นต้นเริ่มดีขึ้น
กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ใน 4Q13
SIRI ยอด Presales มีมูลค่ามากที่สุดในกลุ่ม ฐานะการเงินอ่อนแอสุดในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่
มีโครงการหลากหลายแต่เน้นการขายคอนโดมิเนียม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายสูงที่สุดในกลุ่ม
SPALI Backlog จากคอนโดมิเนียมเริ่มบันทึก 4Q13 Product แต่ละประเภทไม่โดดเด่น มีคู่แข่งในเกือบทุกตลาด
ค่าใช้จ่ายมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่ม
RML เชี่ยวชาญคอนโดมิเนียมระดับบน โครงการไม่มีความหลากหลาย ฐานลูกค้าจำกัด
ฐานะการเงินอ่อนแอสุดในกลุ่ม
งานก่อสร้างมีโอกาสล่าช้าสูง
MK เน้นโครงการแนวราบ และอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม โครงการไม่มีความหลากหลาย ฐานลูกค้าจำกัด
งานก่อสร้างมีโอกาสล่าช้าสูง

 

Source: Company reports and MBKET 

 

 

Chart 2: Standard Deviation PER from 2006 onward

 

 

Average

Implied PER at target price

1SD

2SD

AP

9.60

9.60

13.97

18.31

LH

15.80

17.00

19.6

23.3

LPN

10.20

11.00

14.9

19.5

MK

6.90

8.5

10.3

13.8

PS

14.40

14.00

16.3

18.2

QH

10.60

14.00

13.9

17.6

RML*

18.10

8.5

27.2

36.15

SIRI

7.80

9.5

12.31

16.97

SPALI

7.50

11.00

12.09

16.65

*From 2011 onward

 

Source: Company reports and MBKET 

 

 

 

Short URL: http://www.mnewsfund.com/?p=43278

Posted by on ก.ค. 12 2013. Filed under Breakingnews, M-Stock. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed

Photo Gallery